‘โรคอะนอเร็กเซีย’ (Anorexia Nervosa) พฤติกรรมการรับประทานอาหารผิดปกติ ของคน ‘คลั่งผอม’

โรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia Nervosa) เป็นโรคทางจิตเวชในกลุ่มของ ‘Eating Disorder’ หรือพฤติกรรมการรับประทานอาหารผิดปกติ โดยโรคนี้ถูกเรียกขานแบบสั้น ๆ และเข้าใจง่ายว่า ‘โรคคลั่งผอม’ ที่หลายคนอาจเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างแล้ว

อาการของโรค

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ จะไม่เข้าใจว่าภาวะที่ตนเองกำลังประสบอยู่นั้นเป็นอาการเจ็บป่วย ไม่สนใจถึงผลกระทบที่จะตามมา และมักจะแยกตัวออกจากสังคม รวมถึงมีความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า ‘ยิ่งผอม ยิ่งดี’

ยิ่งผอมมากเท่าไหร่ ยิ่งประสบความสำเร็จเท่านั้น

  1. ลดปริมาณอาหาร หรือพยายามกำจัดอาการที่รับประทานเข้าไปออก

ผู้ป่วยโรคนี้ จะพยายามลดน้ำหนักโดยการ ลดปริมาณอาหารที่รับประทาน หรือมีลักษณะการรับประทานที่ผิดปกติ คือ รับประทานเข้าไปในปริมาณมากแล้วพยายามกำจัดออก เพื่อไม่ให้ตนเองอ้วน 

  1. ปฏิเสธอาหาร

ความรู้สึกกลัวอ้วน หรือกลัวน้ำหนักขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยปฏิเสธอาหาร แม้จะมีความรู้สึกหิวอยู่ก็ตาม และพวกเขาจะพยายามลดน้ำหนักโดยไม่ให้ใครรู้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ป่วยมักจะปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารร่วมกับคนในครอบครัว หรือในที่สาธารณะ

  1. น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

ในผู้ป่วยวัยรุ่นของโรคนี้ อาจจะไม่มีประวัติของน้ำหนักที่ลดลงอย่างชัดเจน แต่จะมีปัญหา ‘น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์’ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการจำกัดอาหารอย่างเข้มงวด และการออกกำลังกายอย่างหนัก  จนนำไปสู่การมีรูปร่างที่ซูบผอม และพัฒนาการทางด้านร่างกายไม่สมวัย เช่น การไม่มีประจำเดือน เป็นต้น

  1. นำอาหารไปซ่อน

ผู้ป่วยอาจนำอาหารไปซ่อนตามที่ต่าง ๆ ในบ้าน ตัดแบ่งเนื้อสัตว์เป็นชิ้นเล็ก หรือใช้เวลาในการรับประทานอาหารในจานนาน

  1. มีความคิดที่ว่า ‘ฉันจะต้องสมบูรณ์แบบ’

ลักษณะนิสัยที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคนี้ คือ Regid Perfectionist หรือต้องการความสมบูรณ์แบบ ในลักษณะไม่ยืดหยุ่น กล่าวคือ ผู้ป่วยคิดจะทำอย่างไรก็จะทำอย่างนั้นเท่านั้น จะไม่เปลี่ยน หรือฟังความคิดเห็นใคร ซึ่งเมื่อพยายามทำเช่นนี้แล้ว อาจจะขัดกับระบบของร่างกาย จนกระทั่งเกิดอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย (Somatic Complaints) โดยเฉพาะอาการท้องอืด 

สาเหตุของโรค

การศึกษาถึงสาเหตุของโรคนี้ยังไม่แน่ชัด แต่อาจเกิดได้จากหลากหลายปัจจัยเสี่ยง เช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ ในหมวด Eating Disorder ดังนี้

  1. สมาชิกในครอบครัว มีประวัติการป่วยเป็นโรคในกลุ่ม Eating Disorder ,โรคซึมเศร้า หรือติดสารเสพติด และเหล้า
  1. เป็นผู้ที่ถูกตำหนิเรื่องรูปร่าง น้ำหนัก หรือลักษณะนิสัยการรับประทานอาหารเป็นประจำ
  1. เป็นผู้ที่กังวลว่าผู้อื่นจะคิดอย่างไรกับตนเองถ้าหากตนเองไม่มีรูปร่างผอม ซึ่งอาจจะเกิดจากความกดดันจากสังคม หรือหน้าที่การงาน เช่น นางแบบ นักกีฬา หรือนักบัลเลต์ เป็นต้น
  1. เป็นผู้มีความกังวลสูง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองต่ำ รวมถึงผู้ที่เป็น Perfectionist
  1. เป็นผู้ที่เคยถูกทารุณกรรม หรือถูกคุกคามทางเพศ

อย่างไรก็ตาม โรคนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แม้จะไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ก็ตาม ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยมักเป็น ‘วัยรุ่นเด็กดี เด็กตัวอย่าง’ ของครอบครัว ที่มีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แบบ ย้ำคิดย้ำทำ ขาดทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม มีปัญหาความขัดแย้งในจิตใจเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มีค่า และมักทำตามความคาดหวังของผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ

การรักษา

การตรวจวินิจฉัยโรคอะนอเร็กเซีย อาจใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น การสอบถามอาการ การตรวจสุขภาพเบื้องต้น และการตรวจเลือดร่วมด้วย เป็นต้น

ในปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษาโรคนี้ได้โดยตรง แต่การรักษาจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับโรคในกลุ่ม Eating Disorder อื่น ๆ คือเริ่มจากการปรึกษาจิตแพทย์ และเริ่มดำเนินการรักษาต่อ ซึ่งมีแนวทางหลัก ดังนี้

  1. ให้การฟื้นฟูด้านสารอาหาร และรักษาภาวะทางกายที่เกิดตามมาจากการขาดอาหาร 
  2. ให้คําปรึกษาด้านโภชนาการ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ปลอดภัย 
  3. ทําจิตบําบัดส่วนบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยแก้ไขความคิดที่ผิดปกติและเสริมสร้างความมั่นใจ 
  4. ทําจิตบําบัดแบบกลุ่ม 
  5. ทําจิตบําบัดครอบครัว หรือให้คําปรึกษากับพ่อแม่ผู้ปกครองของผู้ป่วย

นอกจากนี้ อาจต้องรักษาอาการแทรกซ้อนอื่นที่เกิดขึ้น เช่น อาการซึมเศร้า ความวิตกกังวลร่วมด้วย โดยเน้นการสร้างแรงบันดาลใจ โดยการใช้ ‘motivational enhancement intervention’ หรือการเพิ่มแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันการหยุดรักษากลางคัน

ผลกระทบของโรค

  1. เกิดปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ และกระดูก โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นในเด็ก อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตไปตลอดชีวิต 
  1. เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ โดยเฉพาะในเพศหญิง ทำให้อาจสูญเสียความสามารถในการมีบุตรได้
  1. เกิดการสูญเสียอารมณ์ทางเพศ
  1. เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ และเส้นเลือด เช่น การไหลเวียนของโลหิตที่ไม่ดี หรือความดันหัวใจล้มเหลว เป็นต้น
  1. เกิดปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของสมอง และ ระบบประสาท
  1. เกิดปัญหาเกี่ยวกับไต และการขับของเสียออกจากร่างกาย
  1. เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน 

จะเห็นได้ว่า โรคอะนอเร็กเซีย เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และจิตใจของเราหลายด้าน ซึ่งการหากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกวิธี และรวดเร็ว อาการป่วยก็สามารถรักษาให้หายขาดได้

ดังนั้น หากพบว่าตนเอง หรือคนใกล้ชิดมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อร่างกายในระยะยาว

และถ้าหากใครยังหวาดกลัวว่าตัวเลขน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น ก็สามารถลดความกังวลได้โดยเริ่มจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และไม่ทำให้อ้วน อย่างการเลือกรับประทาน ‘น้องหนมปัง’ คีโตเฟรนลี่ ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล จาก Dancing with a Baker ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด รับรองว่าทานแล้วไม่รู้สึกผิด แถมไม่ทำให้อ้วนแน่นอนค่ะ

ที่มา

https://med.mahidol.ac.th/ramamental/sites/default/files/public/pdf/Anorexia%20Nervosa.pdf

https://www.nhs.uk/conditions/anorexia/

https://www.bangkokhealth.com/health/article/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99-Anorexia-Nervosa-1270

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC1071594/

ทำความรู้จัก ‘Eating Disorder’ โรคพฤติกรรมการรับประทานอาหารผิดปกติ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

‘Eating Disorder’ หรือโรคที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากเดิม ซึ่งโรคนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ของโรคทางจิตเวชที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายกับชีวิตสูงที่สุด มากกว่าโรคทางจิตเวชประเภทอื่น ๆ 

 “when you have an unhealthy attitude to food, 

which can take over your life and make you ill.”

ในประเทศอังกฤษมีการให้คำจำกัดความของ Eating Disorder ว่า ‘อาการของผู้ที่มีความรู้สึกไม่ปกติต่ออาหารทั่วไปที่รับประทาน และทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ก็จะสามารถก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้’ 

โดยในปัจจุบัน มีหลายโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มของความผิดปกตินี้ ได้แก่

  1. โรค Anorexia nervosa หรือ โรคคลั่งผอม ซึ่งผู้ป่วยจะมีความคิดว่าตัวเองอ้วน และกลัวน้ำหนักขึ้นอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดภาวะเครียด และพยายามไม่รับประทานอาหาร หรือพยายามออกกำลังกายอย่างหนัก
  1. โรค Bulimia หรือ โรคกลัวอ้วน เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะมีความผิดปกติในการรับประทานอาหาร ซึ่งมีลักษณะเป็นวงจรใหญ่ ๆ เริ่มต้นจากการที่ผู้ป่วยรับประทานอาหารปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่สูง แล้วตามด้วยการพยายามกำจัดอาหารเหล่านั้นออกไป โดยการทำให้ตัวเองอาเจียน หรือการใช้ยา รวมไปถึงการพยายามออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อไม่ให้น้ำหนักขึ้น
  1. โรค Binge Eating Disorder (BED) หรือ โรคกินไม่หยุด โดยผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมการรับประทานอาหารของตนเองได้ และรับประทานอาหารในปริมาณมาก ๆ แม้จะไม่รู้สึกหิวจนกระทั่งอิ่ม และรู้สึกจุก ทำให้หลังจากรับประทานอาหาร ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกผิด แต่จะไม่พยายามลดน้ำหนัก
  1. โรค Other specified feeding or eating disorder (OSFED) หรือผู้ป่วยกลุ่มย่อย ที่มีอาการคล้ายกับโรคอื่น ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แต่มีอาการของโรคใดโรคหนึ่งไม่ครบเกณฑ์นั่นเอง

สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ แม้ว่าเราจะไม่ได้มีอาการที่ตรงตามเกณฑ์ของโรคต่าง ๆ ข้างต้นทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วเราอาจเป็นผู้ป่วยของโรคนี้โดยไม่รู้ตัวก็ได้ 

ดังนั้น เราควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และถ้าหากพบว่ามีความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว

ที่มา :

https://www.nhs.uk/conditions/eating-disorders/