เหนื่อยนักก็พักก่อนจ้องจอมากเกินไป เสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม

อัพเดตบทความล่าสุดเมื่อ

โรคจอประสาทตาเสื่อม คือ โรคที่เกิดความผิดปกติบริเวณจุดกลางรับภาพของจอประสาทตา หรือ เรติน่า (Retina) ซึ่งส่งผลทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง หรือ อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ จากสถิติโดยส่วนใหญ่แล้ว โรคนี้จะเป็นโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุ ในช่วงอายุตั้งแต่ 50ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันเองแนวโน้มของผู้ป่วยโรคนี้มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายช่วงวัยในทั่วทุกมุมโลก อันเนื่องมาจากแสงสีฟ้าที่เราจ้องจอกันวันละเกินกว่า 5 ชั่วโมงนั้น สามารถทำลายจอประสาทของคนเราให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็วได้มากยิ่งขึ้น

แล้วเราจะทำยังไงเพื่อป้องกันไม่ให้เราเกิดโรคนี้กันได้บ้าง ?

ทุกคนคงเคยท่องว่า การกินแครอท และผักบุ้งนั้นช่วยเรื่องการทำงานของตา ซึ่งเป็นเรื่องจริงเพราะในอาหารเหล่านั้น มี วิตามิน A อยู่สูง แต่วิตามิน A นั้น ก็มีอยู่หลายประเภท โดยตัวที่สำคัญที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้ที่ส่งผลดีต่อดวงตาของคนเราโดยตรง ก็คือ แคโรทีนอยด์ (carotenoids)
แคโรทีนอยด์ (carotenoids) จะมีสารที่สำคัญอย่าง ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในอาหารที่มีสีเหลือง แต่ก็อาจพบในผักใบเขียวได้อยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ในร่างกายของคนเราก็จะพบกับลูทีน และ ซีแซนทีน ในเรติน่าและเลนส์ตา (Lens) ซึ่งจะทำหน้าที่ปกป้องดวงตา เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และทำหน้าที่ในการกรองแสงสีฟ้าที่มีพลังงานสูง โดยสามารถกรองแสงสีฟ้าลงได้ถึง 40% เลยทีเดียว แต่สารเหล่านี้เมื่อมีอายุที่มากขึ้นนั้นสารลูทีน และ ซีแซนทีน จะเริ่มลดน้อยลง ทำให้การปกป้องตาของเรานั้นมีประสิทธิภาพลดลงไปด้วย นั่นอาจเป็นสาเหตุว่าทำไมจึงต้องทานอาหารเพื่อเพิ่มเติมสารเหล่านี้เข้าไป

จากงานวิจัยมากมายนั้นก็ทำให้พบว่า หากเรารับประทานอาหารกลุ่มที่มี ลูทีน และ ซีแซนทีน สูงจะช่วยทำให้ปริมาณ ลูทีน และ ซีแซนทีน ที่อยู่ในตานั้นสูงขึ้นไปด้วย ทำให้มีความเสี่ยงลดลง
คำแนะนำโดย National Eye Institute จาก สหรัฐอเมริกานั้น ก็แนะนำว่า การรับประทานลูทีน 10 มก. ร่วมกับ ซีแซนทีน 2 มก. ต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย และควรเสริมด้วยวิตามินอื่น ๆ เช่น วิตามิน A, วิตามิน C, วิตามิน E จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้

วิตามิน A, C และ E เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยวิตามินทั้ง 3 ชนิดนี้จะทำงานร่วมกันในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ และพบว่า วิตามิน A C และ E ที่จอประสาทตานั้นมีส่วนช่วยในกระบวนการมองเห็นและช่วยลดภาวะตาแห้งได้อีกด้วย  

แน่นอนว่าปัจจุบันนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะพักผ่อนหรือหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้า ทั้งจากธรรมชาติ และ จากหน้าจอทั้งหลาย อาจจะเพราะการทำงานหรือต่าาง ๆ ดังนั้นควรหันมาใส่ใจดูแลดวงตาคู่เดียวของเราด้วยการให้เขาได้พักบ้าง และช่วยเสริมเกราะป้องกันดวงตาด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาโดยเฉพาะลูทีน และ ซีแซนทีน ที่ทำหน้าที่ช่วยดูแลดวงตา ยืดอายุดวงตาให้เสื่อมช้าลงได้

https://www.pointsdevue.com/white-paper/blue-light-hazard-new-knowledge-new-approaches-maintaining-ocular-health

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16759390

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/14984308

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3144654/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/30986936

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22840421

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22018225

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18852418

Recommended Posts