รู้จักอาการแพ้อาหาร : ‘น้องหนมปัง’ และ ’น้องเลิฟ’ มีส่วนผสมอะไรที่อาจทำให้แพ้ไหมนะ ?

‘แม้ธรรมชาติจะสร้างเรามาต่างกัน แต่คุณเลือกที่จะเป็นได้’

ร่างกายของเรามีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจจะแข็งแรงมาก บางคนอาจจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ บางคนอาจจะสามารถรับประทานได้ทุกอย่าง แต่บางคนก็อาจจะไม่สามารถรับประทานบางอย่างได้เพราะอาจจะเกิดอาการแพ้ และอันตรายต่อสุขภาพ 

อาการแพ้อาหาร (Food allergy) คืออาการที่ร่างกายของเราคิดว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงพยายามที่จะกำจัดอาหารเหล่านั้นออกไป ซึ่งอาการแพ้ก็มีตั้งแต่ อาการผื่นคัน อาเจียน ไปจนถึงอาการขั้นรุนแรงในระดับที่หายใจไม่ออกเลยทีเดียวค่ะ

สำหรับการตรวจสอบว่าร่างกายของเรานั้นแพ้อาหารชนิดใด หรือไม่สามารถรับประทานอาหารชนิดใดได้บ้างนั้น สามารถทำได้โดยการตรวจหา Specific IgE หรือปฏิกิริยาความไวต่อสารกระตุ้นการแพ้ ที่โรงพยาบาลนั่นเอง

14 อาหารใกล้ตัวที่สามารถแพ้ได้

โดยทั่วไปแล้ว จากการวิจัย อาหารที่คนเราแพ้นั้นจะมีอยู่อยู่ไม่กี่ชนิด และในบางประเทศ เช่น ประเทศในยุโรป ได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับการแพ้อาหารทั้งหมด 14 ชนิด ซึ่งจะต้องมีคำเตือนอยู่ที่ร้าน หรือบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ดังรูปภาพ

การเริ่มต้นของ ‘อาการแพ้อาหาร’

อาการแพ้จะทำปฏิกิริยาการอักเสบในร่างกาย และแสดงอาการแบบเฉียบพลันภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหาร ซึ่งอาการแพ้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับหลายระบบของร่างกาย ดังที่กล่าวไปตอนต้น

ระบบผิวหนัง : ก่อให้เกิดอาการลมพิษ หรืออาการคัน

ระบบทางเดินอาหาร : ก่อให้เกิดอาการคันในช่องปาก ลิ้นคับปาก อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย

ระบบทางเดินหายใจ : ก่อให้เกิดอาการหลอดลมหดตัว แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก 

ซึ่งข้อควรระวังที่น่ากลัวที่สุด คือ หากเกิดอาการแพ้กับทุกระบบพร้อม ๆ กัน อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

น้องหนมปัง และน้องเลิฟ มีส่วนผสมที่ทำให้แพ้ไหม?

น้องหนมปัง และน้องเลิฟ มีส่วนผสมที่ผู้รับประทานบางคน ‘อาจแพ้ได้’ ย้ำนะคะว่าอาจจะแพ้ได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาแจกแจงส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เพื่อเป็นเช็กลิสต์ให้กับทุกคนค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ : ไข่ และเนย สำหรับบางคนที่มีอาการแพ้นม อาจจะส่งผลให้แพ้เนยด้วยได้ค่ะ แต่บางคนอาจจะแพ้เนย แต่ไม่แพ้นมก็มีนะคะ

กลูเตน : น้องหนมปัง และน้องเลิฟจำเป็นต้องมี  ‘กลูเตน’ เพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้เหมือนขนมปังจริงมากที่สุด ซึ่งบางคนที่แพ้แป้งสาลีก็อาจจะมีอาการแพ้ได้ แต่บางคนที่ไม่แพ้ก็มีนะคะ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเลย 

อริทริทอล : อริทริทอลเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีความปลอดภัย ไม่มีผลต่อการกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน แต่ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ในระดับที่ไม่รุนแรงกับบางคนได้เช่นกันค่ะ  เช่น ปวดศีรษะ หรือท้องเสีย เป็นต้น

ยีสต์  : ยีสต์เป็นส่วนผสมสำคัญที่จะทำให้ขนมปังขึ้นฟู และให้รสสัมผัสในแบบของขนมปัง ซึ่งมีบางคนที่มีอาการแพ้ยีสต์ได้เช่นกันค่ะ

ส่วนผสมทั้งหมดที่ลิสต์มาให้นั้น เป็นส่วนผสมที่บางคนอาจจะแพ้ได้ ซึ่งหากใครที่มีอาการแพ้ หรือสงสัยว่าตนเองแพ้ สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานได้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนั่นเองค่ะ

แต่ขอรับรองเลยนะคะ ว่าส่วนผสมทุกอย่างใน ‘น้องหนมปัง’ และ ‘น้องเลิฟ’ ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว 100% ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล อุดมไปด้วยโปรตีน และหัวใจดวงน้อย ๆ ที่พวกเราตั้งใจลงไป พร้อมส่งถึงบ้านทุกคนแน่นอนค่ะ ส่วนใครที่มีอาการและรับประทานไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะ พวกเรายังเป็นห่วงสุขภาพของทุกคนอยู่เสมอค่ะ  ด้วยรักและห่วงใย 🙂

ที่มา : 

https://www.theparliamentmagazine.eu/articles/partner_article/efa/happy-holidays-family-friends-food-and-anaphylactic-shock

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5295079/

เสริม ‘ภูมิต้านทาน’ ด้วยอาหารที่หาได้ง่าย ๆ ในครัวของคุณ!

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมนุษย์อย่างเรา ๆ คงหนีไม่พ้นอาการเจ็บป่วย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงอายุใด ก็ไม่มีใครอยากรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว หรือรู้สึกไม่ดีจากอาการเจ็บป่วยทั้งนั้น

ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถคาดเดาถึงอาการเจ็บป่วยได้ว่าจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ หรือมีความรุนแรงแค่ไหน แต่เราสามารถลดความเสี่ยง และป้องกันได้ไม่ยาก ด้วยอาหารการกิน และการดูแลตัวเองนั่นเอง

ภูมิต้านทาน คืออะไร?

ทำความรู้จักกับ ‘ภูมิต้านทาน’ กันก่อน 

ภูมิต้านทาน คือ สิ่งที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นมาเพื่อต้านทาน และกำจัดเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมที่มุ่งหน้าเข้าสู่ร่างกายของเรา ซึ่งถ้าหากเรามีภูมิต้านทานต่ำ(Immunosuppression) หรืออยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunodeficiency) ก็จะทำให้เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย จนทำให้เราป่วยได้บ่อย ๆ 

สาเหตุของการมี ‘ภูมิต้านทานต่ำ’

ภูมิต้านทานต่ำ มีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากการรับประทานอาหาร และพักผ่อนไม่เพียงพอ, การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ, อายุที่เพิ่มขึ้น, การไม่ออกกำลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย 

ซึ่งสิ่งใกล้ตัวที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายที่สุดนั่นก็คือ ‘การรับประทานอาหาร’ ซึ่งจริง ๆ แล้วอาหารที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานนั้นมีอยู่หลายชนิด และในแต่ละชนิดนั้นก็จะมีสารที่ช่วยทำหน้าที่เสริมสร้างภูมิต้านทานในลักษณะที่ต่างกันออกไป

อาหารเสริม ‘ภูมิต้านทาน’

  1. ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าการรับประทานผัก และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั้น ช่วยเสริมภูมิต้านทานได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่จริงค่ะ เพราะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่าง ส้ม มะนาว กีวี และเกรปฟรุต มีวิตามินซีสูง ซึ่งเจ้าวิตามินซีนี้ก็เป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำหน้าที่ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้กับร่างกาย 

ส่วนผักที่มีวิตามินซีสูงก็หาได้ไม่ยากเช่นกันค่ะ อย่างพริกหยวก, บร็อกโคลี และผักโขม ที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิด ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี แถมยังมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย เรียกได้ว่ารับประโยชน์ไปเต็ม ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ ในปัจจุบัน วิตามินซีก็ยังสามารถหารับประทานได้ง่ายมาก และยังมีวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมให้เลือกรับประทานอีกด้วย

  1. กระเทียม

วัตถุดิบในการทำอาหารเพื่อเพิ่มกลิ่น และรสชาติที่เรานิยมกันแทบทุกบ้านอย่าง ‘กระเทียม’ ก็สามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะในกระเทียมนั้นมีสาร ‘อัลลิซิน’ (Allicin) ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ แต่ต้องระมัดระวังในการรับประทานกระเทียมด้วยนะคะ เพราะสารนี้จะถูกทำลายได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การรับประทานกระเทียมสด จึงช่วยสร้างภูมิต้านทานได้มากกว่า

  1. ขิง และขมิ้น

ขิง เป็นพืชสมุนไพรรสชาติร้อน ที่มักจะถูกนำมาใช้บรรเทาอาการเจ็บคอ เนื่องจากในขิงนั้นมีสาร ‘จินเจอรอล’ (Gingerol) ซึ่งมีหน้าที่ในการลดอาการอักเสบของเซลล์ได้

ส่วนขมิ้น เป็นพืชสมุนไพรอีกอย่างที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับขิง แต่มีสารที่ต่างกัน คือสาร ‘เคอคูมิน’ (Curcumin) ที่ทำหน้าที่ลดอาการอักเสบของเซลล์กล้ามเนื้อได้เช่นกัน

  1. อาหารจำพวกถั่ว

อัลมอนด์ เป็นอาหารจำพวกถั่วที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากวิตามินอี และยังมีกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัวที่เป็นกรดไขมันดีอีกด้วย รับรองว่าดีต่อสุขภาพแน่นอน

อาหารจำพวกถั่วอีกชนิดที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานได้ คือ ‘เมล็ดทานตะวัน’ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง ฟอสฟอรัส, แม็กนีเซียม, วิตามินบี 6 และพระเอกอย่าง ‘วิตามินอี’ ที่เป็นส่วนสำคัญให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างปกติ 

  1. โยเกิร์ต

อาหารทานเล่นอย่าง ‘โยเกิร์ต’ โดยเฉพาะแบบที่มีจุลินทรีย์นั้น สามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเรานั้นทำงานได้ดี ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินดี ที่ช่วยเรื่องระบบภูมิต้านทาน และการทำงานของร่างกายด้วยล่ะค่ะ

  1. ชาเขียว

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มที่ใคร ๆ ก็ร่ำลือว่าดีต่อสุขภาพอย่าง  ‘ชาเขียว’ ซึ่งในชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม  ‘ฟลาโวนอยด์’ (Flavonoids) อยู่มากมาย ซึ่งสารที่โดดเด่นที่สุดคือ สาร ‘อีพิกัลโลเตชิน กัลเลต’ หรือ EGCG  (Epigallocatechin Gallate) ที่ไม่สามารถพบได้ในชาชนิดอื่นที่ผ่านการหมัก เช่น ชาดำ เป็นต้น นอกจากนี้ชาเขียวยังมีกรดอะมิโน ‘แอล ธีอะนีน’ (L-Theanine) ที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายเราได้อย่างดี

การรับประทานอาหาร เป็นปราการด่านแรกที่สามารถเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพร่างกายของเราได้ เพราะหากเรารับประทานแต่อาหารที่ดี มีประโยชน์ และหลากหลาย โดยเน้นไปที่ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และวิตามินอี เพื่อเสริมสร้างให้เรามีภูมิคุ้มกันที่ดีได้

ซึ่งใน ‘น้องหนมปัง’ เอง ก็มีวิตามินอี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบของเซลล์ได้เป็นอย่างดี แถมยังไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล และอุดมไปด้วยไฟเบอร์อีกด้วย บอกได้เลยว่าเหมาะกับชาวรักสุขภาพ และชาวลดน้ำหนักทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ  : )

ที่มา

https://www.healthline.com/health/food-nutrition/foods-that-boost-the-immune-system

https://www.honestdocs.co/low-resistance-causes-of-frequent-illness

https://nccih.nih.gov/health/garlic/ataglance.htm

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10714244

จริงหรือไม่!? น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล เสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน

อากาศที่ร้อนระอุแทบทั้งปีของบ้านเรา คงจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ? แน่นอนว่ามนุษย์เรามีความสามารถในการสรรหาของหวาน และเครื่องดื่มเย็น ๆ เพื่อมาเพิ่มพลังและความสดชื่นให้กับร่างกายของเราอยู่เสมอ ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกดื่มและรับประทานมากมายเลยทีเดียว

‘น้ำอัดลม’ เป็นเครื่องดื่มอีกชนิดที่เรียกได้ว่าฮอตฮิตสุด ๆ แต่ด้วยปริมาณน้ำตาล และแคลอรี่ที่สูงปรี๊ดของมัน ทำให้ผู้คนจำนวนมากนิยมดื่ม ‘น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล’ กันเสียมากกว่า แล้วเจ้าน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลดีต่อสุขภาพมากกว่าแบบมีน้ำตาลจริงหรือ? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคนกันค่ะ

น้ำอัดลมมีน้ำตาล และไม่มีน้ำตาล ต่างกันอย่างไร?

‘พญ.พรรณพิมล วิปุลากร’ อธิบดีกรมอนามัย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำอัดลมว่า การเลือกดื่มน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมเพื่อดับกระหาย เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินออกมามากเกินไป ส่งผลให้ในระยะยาวร่างกายจะผลิตอินซูลินน้อยลง หรือด้อยประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ ตามมาได้ ซึ่งน้ำอัดลมปกติทั่วไป กับน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลมีส่วนประกอบเหมือนกันหมด ยกเว้นการใช้สารให้ความหวานเท่านั้น

น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล มีความแตกต่างจากน้ำอัดลมปกติตรงที่จะใช้สารให้ความหวาน หรือน้ำตาลเทียมทดแทนลงไป ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าจะทำให้ไม่อ้วน เพราะสารให้ความหวานเหล่านี้ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ความจริงแล้ว สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจะส่งผลให้ร่างกายโหยหาน้ำตาลมากขึ้น จนกระทั่งเกิดการติดรสหวาน ซึ่งผลเสียที่ตามมาก็คือ การดื่มเครื่องดื่ม หรือทานอาหารรสหวานในปริมาณที่มาก และบ่อยขึ้น ทั้งยังทำให้ร่างกายหิวง่ายขึ้น และทานมากกว่าปกติถึง 30% ซึ่งอาจจะส่งผลต่อภาวะน้ำหนักเกินได้ไม่น้อยเลย

ภาวะติดน้ำตาล ภัยเงียบจากน้ำหวานที่คุณหลงใหล

ภาวะติดน้ำตาล เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่สูงอย่างรวดเร็ว ทำให้สมองสั่งให้ร่างกายหลั่งอินซูลินในปริมาณที่มากกว่าปกติเพื่อกักเก็บน้ำตาลไว้เป็นพลังงาน ทำให้น้ำตาลที่เคยอยู่ในเลือดลดลงเร็วจนเกินไป สมองจึงสั่งให้ร่างกายรู้สึกอยากน้ำตาลขึ้นมาอีกซ้ำ ๆ 

โดยทุกครั้งที่เราได้รับน้ำตาล สมองจะสั่งให้ร่างกายรู้สึกมีความสุข ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำหวาน ถ้าอธิบายแบบเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็เป็นอาการเดียวกับการติดสารเสพติดนั่นเองค่ะ แอบน่ากลัวไม่เบาเลยนะคะ

จริง ๆ แล้วการทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทใดก็ตาม ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย หากไม่ควบคุมปริมาณให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างน้ำอัดลมที่มีโฆษณาชวนเชื่อว่าไม่มีน้ำตาล ก็สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายไม่น้อยไปกว่าน้ำอัดลมแบบปกติเลยล่ะค่ะ ดังนั้น ต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบให้ดีนะคะ

แต่สำหรับ ‘น้องหนมปัง’ คีโตเฟรนลี่ ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาลของเรา ไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงแน่นอนค่ะ เพราะเราชี้แจงส่วนผสมของน้องหนมปังอย่างครบถ้วนและจริงใจอยู่เสมอ อย่างน้ำตาลที่เราใช้ ก็เป็น ‘น้ำตาลอิริทริทอล’ ที่ไม่กระตุ้นอินซูลิน เหมาะกับผู้ควบคุมน้ำหนัก และรักสุขภาพทุกคน ทานได้หายห่วงแน่นอนค่ะ  : )

ที่มา :

https://mgronline.com/qol/detail/9620000034945