ส่องวัตถุดิบน้องหนมปัง : ทำไมถึงใช้ ‘แป้งมะพร้าว’ ?

พบกับ ‘น้องหนมปัง’ คีโตเฟรนลี่คนดีคนเดิมกันอีกครั้งค่ะ เรียกได้ว่าเป็นขนมปังเพื่อสุขภาพ ที่เหมาะกับทุกเพศ เพราะน้องเขาไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล อุดมไปด้วยโปรตีน และไฟเบอร์ แถมแคลอรี่น้อย ทำให้หลายคนตกหลุมรักกันไปแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียวค่ะ

วันนี้เราจึงมาตอบคำถามที่หลายคนสงสัยกันว่า น้องหนมปังทำมาจากอะไร? แล้วถ้าไม่ใช้แป้งสาลีแบบขนมปังทั่วไปแล้ว น้องหนมปังใช้อะไรเป็นวัตถุดิบกันแน่? 

คำตอบก็คือ เราใช้ ‘แป้งมะพร้าว’ เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการประกอบสร้างน้องหนมปังรสชาติอร่อยละมุนลิ้นขึ้นมานั่นเองค่ะ  ซึ่งเจ้าแป้งมะพร้าวนั้นได้มาจากส่วนของกากมะพร้าวที่ถูกคั้นน้ำออกไปแล้ว นำมาผ่านกรรมวิธีมากมายหลายขั้นตอนจนกลายมาเป็น ‘ผงมะพร้าว’ 

ข้อดีของ ‘แป้งมะพร้าว’

  1. อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์

ในแป้งมะพร้าวปริมาณ 30 g. ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งไฟเบอร์ โปรตีน ไขมัน และธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นพลังงานหลักให้กับร่างกาย และช่วยในการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย

โดยไขมันในแป้งมะพร้าว เป็นกรดไขมันที่มีความยาวปานกลาง หรือ MCTs ซึ่งกรดไขมันประเภทนี้มีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนัก 

ในส่วนของไฟเบอร์ในแป้งมะพร้าว สามารถช่วยให้ร่างกายอิ่มท้อง และไม่กระทบต่อระดับอินซูลิน เป็นผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราคงที่ นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังช่วยในการทำงานของหัวใจได้ เนื่องจากไฟเบอร์ช่วยลดปริมาณของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี หรือ LDL ในเลือดได้นั่นเอง

  1. ช่วยลดความอยากอาหาร

ประโยชน์ข้อนี้ต้องถูกใจหลายคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่แน่นอนค่ะ เพราะว่าไฟเบอร์ และ MCTs ในแป้งมะพร้าว มีส่วนช่วยให้เรามีความรู้สึกอยากอาหารลดลง ทำให้เราลดการรับประทานอาหารจุบจิบ และควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันได้ดีขึ้น

จะเห็นได้ว่าข้อดีของเจ้าแป้งมะพร้าวนั้นมีมากมาย ทำให้ ‘แป้งมะพร้าว’ ผ่านการคัดเลือกจากพวกเรา เพื่อเข้ามาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีคุณภาพใน ‘น้องหนมปัง’ ของเรา และพร้อมเสิร์ฟให้ทุก  ๆ คนที่รักสุขภาพ ได้ลิ้มรสกันแบบไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำหนักนั่นเองค่ะ : )

ที่มา :

https://www.healthline.com/nutrition/coconut-flour

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28810029

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27863994

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10574653

จริงหรือไม่!? น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล เสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน

อากาศที่ร้อนระอุแทบทั้งปีของบ้านเรา คงจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ? แน่นอนว่ามนุษย์เรามีความสามารถในการสรรหาของหวาน และเครื่องดื่มเย็น ๆ เพื่อมาเพิ่มพลังและความสดชื่นให้กับร่างกายของเราอยู่เสมอ ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกดื่มและรับประทานมากมายเลยทีเดียว

‘น้ำอัดลม’ เป็นเครื่องดื่มอีกชนิดที่เรียกได้ว่าฮอตฮิตสุด ๆ แต่ด้วยปริมาณน้ำตาล และแคลอรี่ที่สูงปรี๊ดของมัน ทำให้ผู้คนจำนวนมากนิยมดื่ม ‘น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล’ กันเสียมากกว่า แล้วเจ้าน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลดีต่อสุขภาพมากกว่าแบบมีน้ำตาลจริงหรือ? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคนกันค่ะ

น้ำอัดลมมีน้ำตาล และไม่มีน้ำตาล ต่างกันอย่างไร?

‘พญ.พรรณพิมล วิปุลากร’ อธิบดีกรมอนามัย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำอัดลมว่า การเลือกดื่มน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมเพื่อดับกระหาย เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินออกมามากเกินไป ส่งผลให้ในระยะยาวร่างกายจะผลิตอินซูลินน้อยลง หรือด้อยประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ ตามมาได้ ซึ่งน้ำอัดลมปกติทั่วไป กับน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลมีส่วนประกอบเหมือนกันหมด ยกเว้นการใช้สารให้ความหวานเท่านั้น

น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล มีความแตกต่างจากน้ำอัดลมปกติตรงที่จะใช้สารให้ความหวาน หรือน้ำตาลเทียมทดแทนลงไป ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าจะทำให้ไม่อ้วน เพราะสารให้ความหวานเหล่านี้ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ความจริงแล้ว สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจะส่งผลให้ร่างกายโหยหาน้ำตาลมากขึ้น จนกระทั่งเกิดการติดรสหวาน ซึ่งผลเสียที่ตามมาก็คือ การดื่มเครื่องดื่ม หรือทานอาหารรสหวานในปริมาณที่มาก และบ่อยขึ้น ทั้งยังทำให้ร่างกายหิวง่ายขึ้น และทานมากกว่าปกติถึง 30% ซึ่งอาจจะส่งผลต่อภาวะน้ำหนักเกินได้ไม่น้อยเลย

ภาวะติดน้ำตาล ภัยเงียบจากน้ำหวานที่คุณหลงใหล

ภาวะติดน้ำตาล เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่สูงอย่างรวดเร็ว ทำให้สมองสั่งให้ร่างกายหลั่งอินซูลินในปริมาณที่มากกว่าปกติเพื่อกักเก็บน้ำตาลไว้เป็นพลังงาน ทำให้น้ำตาลที่เคยอยู่ในเลือดลดลงเร็วจนเกินไป สมองจึงสั่งให้ร่างกายรู้สึกอยากน้ำตาลขึ้นมาอีกซ้ำ ๆ 

โดยทุกครั้งที่เราได้รับน้ำตาล สมองจะสั่งให้ร่างกายรู้สึกมีความสุข ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำหวาน ถ้าอธิบายแบบเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็เป็นอาการเดียวกับการติดสารเสพติดนั่นเองค่ะ แอบน่ากลัวไม่เบาเลยนะคะ

จริง ๆ แล้วการทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทใดก็ตาม ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย หากไม่ควบคุมปริมาณให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างน้ำอัดลมที่มีโฆษณาชวนเชื่อว่าไม่มีน้ำตาล ก็สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายไม่น้อยไปกว่าน้ำอัดลมแบบปกติเลยล่ะค่ะ ดังนั้น ต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบให้ดีนะคะ

แต่สำหรับ ‘น้องหนมปัง’ คีโตเฟรนลี่ ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาลของเรา ไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงแน่นอนค่ะ เพราะเราชี้แจงส่วนผสมของน้องหนมปังอย่างครบถ้วนและจริงใจอยู่เสมอ อย่างน้ำตาลที่เราใช้ ก็เป็น ‘น้ำตาลอิริทริทอล’ ที่ไม่กระตุ้นอินซูลิน เหมาะกับผู้ควบคุมน้ำหนัก และรักสุขภาพทุกคน ทานได้หายห่วงแน่นอนค่ะ  : )

ที่มา :

https://mgronline.com/qol/detail/9620000034945

ตอบข้อสงสัย ทำไมอาหารที่ดีจึงควรมีค่า GI ต่ำ ?

‘วงการรักสุขภาพ เข้ายาก แต่ตกหลุมรักง่าย’

เมื่อเข้าสู่วงการการรักสุขภาพแล้ว ความพิถีพิถันในการใช้ชีวิต ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย หรือการตื่นและเข้านอนก็จะต้องมีมากขึ้นตาม ซึ่งหลายคนเมื่อได้ลองทำก็ตกหลุมรักได้ไม่ยาก

อย่างการเลือกสรรอาหาร ก็จะต้องพิจารณาถึงสารอาหารและส่วนประกอบเป็นพิเศษ เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อสุขภาพและน้ำหนักของเราได้ วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงค่าดัชนีน้ำตาล หรือค่า  GI ที่แน่นอนว่าหลาย ๆ คนที่กำลังเข้าสู่วงการรักสุขภาพจะต้องเคยคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว

ทำความรู้จัก ‘ค่าGI’

Glycemic index (GI) หรือค่าดัชนีน้ำตาล เป็นค่าที่ใช้บ่งบอกว่าคาร์โบไฮเดรตประเภทนั้น ๆ สามารถส่งผลกระทบกับระดับน้ำตาลในเลือดได้มากเพียงใด  โดยค่า GI เป็นค่าวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตปริมาณ 50 g. โดยใช้น้ำตาลกลูโคส หรือขนมปังขาวที่มีค่ามาตรฐาน 100 เป็นตัวเปรียบเทียบ ซึ่งหากอาหารมีค่า GI สูง ก็จะหมายความว่า ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้ไม่นานเท่าอาหารที่มีค่า GI ต่ำนั่นเอง

โดยค่า GI สามารถแบ่งตามความเร็วในการดูดซึมได้เป็น 3 ช่วงระดับ ดังนี้

ดัชนีน้ำตาลต่ำ ค่า GI น้อยกว่าหรือเท่ากับ 55ไม่กระทบกับระดับน้ำตาลในเลือดมากนัก เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยกว่า ทำให้อาหารถูกดูดซึมได้ช้ากว่า และอยู่กระเพาะนานกว่าแบบอื่น ๆ
ดัชนีน้ำตาลปานกลางค่า GI 56 – 75ไม่กระทบกับระดับน้ำตาลในเลือดมากนัก เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลและแป้งบ้าง แต่ไม่มากพอที่จะทำให้อินซูลินนั้นถูกผลิตออกมามากจนเกินไป
ดัชนีน้ำตาลสูง ค่า GIมากกว่า 75ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นไขมันสะสม รวมถึงทำให้รู้สึกหิวไวขึ้น เนื่องจากพลังงานใช้ไปเป็นไขมันสะสมอย่างรวดเร็ว

ค่า GI ต่ำดีอย่างไร?

อาหารที่มีค่า GI ต่ำ จะทำให้ร่างกายไม่ได้มีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป ทำให้ไม่ส่งผลต่อการผลิตและหลั่งอินซูลินออกมา ทั้งยังทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้นาน ไม่ต้องรับประทานขนม หรือของจุกจิกระหว่างวัน ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่อ้วนแน่นอน แถมไม่ทำให้เกิดไขมันสะสมง่ายอีกด้วย

ส่วนใหญ่แล้วอาหารที่มีค่า GI ต่ำ จะเป็นอาหารที่มีรสชาติหวานน้อย มีไฟเบอร์สูง หรือในพืชผักผลไม้หลาย ๆ ชนิด ซึ่งเพื่อน ๆ ที่ลดน้ำหนัก หรือรักสุขภาพ จำเป็นจะต้องเช็กค่า GI ให้ละเอียดก่อนรับประทาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อน้ำหนัก และสุขภาพ

‘น้องหนมปัง’ มีค่า GI เท่าไหร่?

น้องหนมปังของเรา ทำมาจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และส่งผลดีต่อสุขภาพ เราจึงสามารถบอกได้ว่าน้องหนมปังมีคาร์โบไฮเดรตอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล หรือสารที่ไปกระตุ้นอินซูลิน ทำให้น้องหนมปัง มีค่าดัชนี้น้ำตาล หรือค่า GI อยู่ในระดับต่ำนั่นเองค่ะ 

ซึ่งวันนี้ทางเราก็จะทำการเปิดเผยส่วนผสมและวัตถุดิบแบบหมดเปลือก เพื่อยืนยันถึงความเฟรนลี่ของน้องหนมปังที่มีต่อชาวรักสุขภาพทุกคนค่ะ

จะเห็นได้ว่าวัตถุดิบของน้องหนมปัง เป็น ‘วัตถุดิบที่มีค่า GI ต่ำล้วน ๆ’ เลยค่ะ ทั้งเมล็ดแฟลก, แป้งมะพร้าว, อัลมอนด์, ไข่, น้ำตาลอิริทริทอล, เนย, น้ำมันมะกอก, ยีสต์ และเกลือหิมาลายัน รับรองว่าน้องหนมชิ้นหนานุ่ม มีทั้งความอร่อย และมีทั้งประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย หายห่วงเรื่องน้ำตาล และไขมันไปได้เลยค่ะ 

สุดท้ายแล้ว อย่าลืมที่จะเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์ และมีคุณภาพมารับประทานเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนกันนะคะ  : )

ที่มา : 

https://www.diabetes.org.uk/guide-to-diabetes/enjoy-food/carbohydrates-and-diabetes/glycaemic-index-and-diabetes

https://www.bbcgoodfood.com/howto/guide/health-benefits-coconut-flour

https://www.medicalnewstoday.com/articles/318625

http://www.sugar-and-sweetener-guide.com/glycemic-index-for-sweeteners.html

https://foodstruct.com/food/butter

https://foodstruct.com/food/wheat-gluten