‘เนย Grass-fed’ ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากวัวกินหญ้า

ผลิตภัณฑ์จากนม ที่ถูกขนานนามว่า ‘เนย’ เป็นวัตถุดิบยอดฮิตในการนำมาประกอบอาหารทั้งคาว และหวาน ซึ่งเนยนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนิด มีเสน่ห์ และความเหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภทต่างกันออกไป 

การแบ่งประเภทของเนย หากแบ่งตามอาหารที่วัวกินแล้ว จะสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ เนยจากวัวที่กินหญ้า และเนยจากวัวที่กินเมล็ดพืช ที่พวกเรากำลังจะเปิดตำราพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเนยประเภทนี้กันในอีกไม่กี่อึดใจ

รู้ลึกเรื่อง ‘กรดไขมัน’ และการผลิตเนย

เมื่อเรานำน้ำนมจากวัวไม่ว่าจะเป็นวัวที่กินหญ้า หรือวัวที่กินเมล็ดพืชก็ตาม เราจำเป็นจะต้องคัดเลือกน้ำนมที่มีปริมาณไขมันมากกว่า 80% ขึ้นไปเท่านั้น จึงจะเรียกว่า ‘เนยแท้’ นอกจากนี้ยังต้องคัดเลือกน้ำนมที่มีกรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ⅔ ของปริมาณกรดไขมันทั้งหมดอีกด้วย

กรดไขมันส่วนน้อยที่มีปริมาณ ⅓ ของปริมาณกรดไขมันทั้งหมด จะประกอบไปด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated) ,กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated) และกรดไขมันอื่น ๆ อีก 400 ชนิด รวมไปถึงยุงอุดมไปด้วยวิตามินกลุ่มที่ละลายในไขมันอีกมากมาย

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า ‘ไขมันอิ่มตัว’ นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่จริง ๆ แล้ว ข้อดีของไขมันอิ่มตัว คือ โมเลกุลมีความเสถียร และทนต่อความร้อนมาก เมื่อถูกความร้อนก็จะไม่กลายสภาพ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเนยจึงเหมาะกับการทำอาหารความร้อนสูง ประเภท อบ และทอดมากกว่านั่นเอง

หากนำเนยมาเปรียบเทียบกับน้ำมัน จะพบว่า ในน้ำมันนั้นประกอบไปด้วย ‘ไขมันไม่อิ่มตัว’ ซึ่งมีโมเลกุลที่ไม่สามารถคงสภาพได้เมื่อถูกความร้อนสูง และอาจเป็นโทษให้แก่ร่างกายได้ แม้จะใช้น้ำมันจำพวกน้ำมันมะกอก ก็ยังไม่ควรนำมาทำอาหารที่ใช้ความร้อนสูงอยู่ดี 

จุดเด่นของ ‘เนย Grass-fed’

ราคา :  เนยแท้ที่ทำมาจากวัวกินหญ้าจะมีราคาสูงกว่าเนยทั่วไป เพราะด้วยต้นทุนของค่าอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งอาหารที่วัวได้รับจะส่งผลต่อสารอาหาร รสชาติ และกลิ่นของเนย ทำให้เนยมีเอกลักษณ์ และคุณภาพต่างกันออกไป

กรดไขมัน : กรดไขมันในเนยนั้นมีหลายชนิด แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ ‘กรดไขมัน CLA’ (Conjugated Linoleic Acid) เพราะกรดไขมันตัวนี้สามารถลดปริมาณไขมันในร่างกายได้ ซึ่งจากงานวิจัยก็พบว่า ในเนย Grass-fed นั้นมีปริมาณของกรดไขมัน CLA มากกว่าเนยปกติถึง 5 เท่า

แม้ว่าเนย Grass-fed จะมีสารอาหารที่มากกว่าเนยปกติ แต่การรับประทานเนยในปริมาณมาณที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เนื่องจากเนยนั้นอุดมไปด้วยไขมัน และยังให้พลังงานสูงถึง 9 Kcal ต่อปริมาณเนย 1 กรัม อีกด้วย

และแน่นอนว่า ‘น้องหนมปัง’ ขนมปังเพื่อชาวรักสุขภาพ คุณภาพคับห่อจาก Dancing with a Baker ของเรา ก็เลือกใช้ ‘เนย Grass-fed Legall’ เนยคุณภาพจากแคว้นบริททาเนีย ประเทศฝรั่งเศส ที่มีรสสัมผัส และรสชาติโดดเด่น เพราะทำมาจากวัวสุขภาพที่กินหญ้าตลอดทั้งปี และผ่านกรรมวิธีการพิเศษที่พิเศษไม่เหมือนใคร เพื่อให้ได้น้องหนมปังที่สมบูรณ์ และคุณภาพดีที่สุดมาส่งต่อให้กับชาวรักสุขภาพทุกคน

อย่างไรก็ตาม การควบคุมชนิด และปริมาณของอาหาร จำเป็นต้องรู้ปริมาณพลังงานที่แต่ละคนจำเป็นจะต้องได้รับในแต่ละวัน และความต้องการสารอาหารของร่างกายให้ลึกซึ้งเสียก่อน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด และมีสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืนนั่นเอง  🙂

ที่มา :

https://www.healthline.com/nutrition/is-butter-bad-for-you#what-it-is

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2596709/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22452730

https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0002822304004316

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10531600/

ส่องวัตถุดิบน้องหนมปัง : ทำไมถึงใช้ ‘แป้งมะพร้าว’ ?

พบกับ ‘น้องหนมปัง’ คีโตเฟรนลี่คนดีคนเดิมกันอีกครั้งค่ะ เรียกได้ว่าเป็นขนมปังเพื่อสุขภาพ ที่เหมาะกับทุกเพศ เพราะน้องเขาไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล อุดมไปด้วยโปรตีน และไฟเบอร์ แถมแคลอรี่น้อย ทำให้หลายคนตกหลุมรักกันไปแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียวค่ะ

วันนี้เราจึงมาตอบคำถามที่หลายคนสงสัยกันว่า น้องหนมปังทำมาจากอะไร? แล้วถ้าไม่ใช้แป้งสาลีแบบขนมปังทั่วไปแล้ว น้องหนมปังใช้อะไรเป็นวัตถุดิบกันแน่? 

คำตอบก็คือ เราใช้ ‘แป้งมะพร้าว’ เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการประกอบสร้างน้องหนมปังรสชาติอร่อยละมุนลิ้นขึ้นมานั่นเองค่ะ  ซึ่งเจ้าแป้งมะพร้าวนั้นได้มาจากส่วนของกากมะพร้าวที่ถูกคั้นน้ำออกไปแล้ว นำมาผ่านกรรมวิธีมากมายหลายขั้นตอนจนกลายมาเป็น ‘ผงมะพร้าว’ 

ข้อดีของ ‘แป้งมะพร้าว’

  1. อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์

ในแป้งมะพร้าวปริมาณ 30 g. ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งไฟเบอร์ โปรตีน ไขมัน และธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นพลังงานหลักให้กับร่างกาย และช่วยในการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย

โดยไขมันในแป้งมะพร้าว เป็นกรดไขมันที่มีความยาวปานกลาง หรือ MCTs ซึ่งกรดไขมันประเภทนี้มีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนัก 

ในส่วนของไฟเบอร์ในแป้งมะพร้าว สามารถช่วยให้ร่างกายอิ่มท้อง และไม่กระทบต่อระดับอินซูลิน เป็นผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราคงที่ นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังช่วยในการทำงานของหัวใจได้ เนื่องจากไฟเบอร์ช่วยลดปริมาณของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี หรือ LDL ในเลือดได้นั่นเอง

  1. ช่วยลดความอยากอาหาร

ประโยชน์ข้อนี้ต้องถูกใจหลายคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่แน่นอนค่ะ เพราะว่าไฟเบอร์ และ MCTs ในแป้งมะพร้าว มีส่วนช่วยให้เรามีความรู้สึกอยากอาหารลดลง ทำให้เราลดการรับประทานอาหารจุบจิบ และควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันได้ดีขึ้น

จะเห็นได้ว่าข้อดีของเจ้าแป้งมะพร้าวนั้นมีมากมาย ทำให้ ‘แป้งมะพร้าว’ ผ่านการคัดเลือกจากพวกเรา เพื่อเข้ามาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีคุณภาพใน ‘น้องหนมปัง’ ของเรา และพร้อมเสิร์ฟให้ทุก  ๆ คนที่รักสุขภาพ ได้ลิ้มรสกันแบบไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำหนักนั่นเองค่ะ : )

ที่มา :

https://www.healthline.com/nutrition/coconut-flour

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28810029

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27863994

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10574653

รู้จักอาการแพ้อาหาร : ‘น้องหนมปัง’ และ ’น้องเลิฟ’ มีส่วนผสมอะไรที่อาจทำให้แพ้ไหมนะ ?

‘แม้ธรรมชาติจะสร้างเรามาต่างกัน แต่คุณเลือกที่จะเป็นได้’

ร่างกายของเรามีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจจะแข็งแรงมาก บางคนอาจจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ บางคนอาจจะสามารถรับประทานได้ทุกอย่าง แต่บางคนก็อาจจะไม่สามารถรับประทานบางอย่างได้เพราะอาจจะเกิดอาการแพ้ และอันตรายต่อสุขภาพ 

อาการแพ้อาหาร (Food allergy) คืออาการที่ร่างกายของเราคิดว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงพยายามที่จะกำจัดอาหารเหล่านั้นออกไป ซึ่งอาการแพ้ก็มีตั้งแต่ อาการผื่นคัน อาเจียน ไปจนถึงอาการขั้นรุนแรงในระดับที่หายใจไม่ออกเลยทีเดียวค่ะ

สำหรับการตรวจสอบว่าร่างกายของเรานั้นแพ้อาหารชนิดใด หรือไม่สามารถรับประทานอาหารชนิดใดได้บ้างนั้น สามารถทำได้โดยการตรวจหา Specific IgE หรือปฏิกิริยาความไวต่อสารกระตุ้นการแพ้ ที่โรงพยาบาลนั่นเอง

14 อาหารใกล้ตัวที่สามารถแพ้ได้

โดยทั่วไปแล้ว จากการวิจัย อาหารที่คนเราแพ้นั้นจะมีอยู่อยู่ไม่กี่ชนิด และในบางประเทศ เช่น ประเทศในยุโรป ได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับการแพ้อาหารทั้งหมด 14 ชนิด ซึ่งจะต้องมีคำเตือนอยู่ที่ร้าน หรือบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ดังรูปภาพ

การเริ่มต้นของ ‘อาการแพ้อาหาร’

อาการแพ้จะทำปฏิกิริยาการอักเสบในร่างกาย และแสดงอาการแบบเฉียบพลันภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหาร ซึ่งอาการแพ้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับหลายระบบของร่างกาย ดังที่กล่าวไปตอนต้น

ระบบผิวหนัง : ก่อให้เกิดอาการลมพิษ หรืออาการคัน

ระบบทางเดินอาหาร : ก่อให้เกิดอาการคันในช่องปาก ลิ้นคับปาก อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย

ระบบทางเดินหายใจ : ก่อให้เกิดอาการหลอดลมหดตัว แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก 

ซึ่งข้อควรระวังที่น่ากลัวที่สุด คือ หากเกิดอาการแพ้กับทุกระบบพร้อม ๆ กัน อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

น้องหนมปัง และน้องเลิฟ มีส่วนผสมที่ทำให้แพ้ไหม?

น้องหนมปัง และน้องเลิฟ มีส่วนผสมที่ผู้รับประทานบางคน ‘อาจแพ้ได้’ ย้ำนะคะว่าอาจจะแพ้ได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาแจกแจงส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เพื่อเป็นเช็กลิสต์ให้กับทุกคนค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ : ไข่ และเนย สำหรับบางคนที่มีอาการแพ้นม อาจจะส่งผลให้แพ้เนยด้วยได้ค่ะ แต่บางคนอาจจะแพ้เนย แต่ไม่แพ้นมก็มีนะคะ

กลูเตน : น้องหนมปัง และน้องเลิฟจำเป็นต้องมี  ‘กลูเตน’ เพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้เหมือนขนมปังจริงมากที่สุด ซึ่งบางคนที่แพ้แป้งสาลีก็อาจจะมีอาการแพ้ได้ แต่บางคนที่ไม่แพ้ก็มีนะคะ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเลย 

อริทริทอล : อริทริทอลเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีความปลอดภัย ไม่มีผลต่อการกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน แต่ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ในระดับที่ไม่รุนแรงกับบางคนได้เช่นกันค่ะ  เช่น ปวดศีรษะ หรือท้องเสีย เป็นต้น

ยีสต์  : ยีสต์เป็นส่วนผสมสำคัญที่จะทำให้ขนมปังขึ้นฟู และให้รสสัมผัสในแบบของขนมปัง ซึ่งมีบางคนที่มีอาการแพ้ยีสต์ได้เช่นกันค่ะ

ส่วนผสมทั้งหมดที่ลิสต์มาให้นั้น เป็นส่วนผสมที่บางคนอาจจะแพ้ได้ ซึ่งหากใครที่มีอาการแพ้ หรือสงสัยว่าตนเองแพ้ สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานได้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนั่นเองค่ะ

แต่ขอรับรองเลยนะคะ ว่าส่วนผสมทุกอย่างใน ‘น้องหนมปัง’ และ ‘น้องเลิฟ’ ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว 100% ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล อุดมไปด้วยโปรตีน และหัวใจดวงน้อย ๆ ที่พวกเราตั้งใจลงไป พร้อมส่งถึงบ้านทุกคนแน่นอนค่ะ ส่วนใครที่มีอาการและรับประทานไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะ พวกเรายังเป็นห่วงสุขภาพของทุกคนอยู่เสมอค่ะ  ด้วยรักและห่วงใย 🙂

ที่มา : 

https://www.theparliamentmagazine.eu/articles/partner_article/efa/happy-holidays-family-friends-food-and-anaphylactic-shock

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5295079/

ส่องวัตถุดิบ ‘น้องหนมปัง’ ฮีโร่ของผู้ลดน้ำหนัก ที่ช่วยคลายเครียดได้ด้วย!

ถ้าพูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อย มีประโยชน์ และไม่ทำให้อ้วนแล้ว คงจะหนีไม่พ้น ‘น้องหนมปัง’  คีโตเฟรนลี่ขวัญใจผู้ลดน้ำหนัก และชาวรักสุขภาพทุกคนแน่นอน! ซึ่งวันนี้เราจะมาส่องวัตถุดิบของน้องหนมปังกันค่ะ ว่าทำไมน้องเขาถึงได้มีประโยชน์ล้นเหลือทั้งช่วยลดน้ำหนัก ช่วยคลายเครียด และยังมีความฮอตฮิตขนาดนี้!

ไฟเบอร์เน้น ๆ จากเมล็ดแฟลกซ์ เนื้อมะพร้าว และอัลมอนด์

อย่างที่ทราบกันดีว่าน้องหนมปังนั้นการันตีคุณภาพ และความสดใหม่ทุกชิ้น เพราะน้อง ๆ มีส่วนผสมที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้ง เมล็ดแฟลกซ์ เนื้อมะพร้าว และอัลมอนด์  ที่ทำให้น้องหนมปังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ปริมาณถึง 12 g./ชิ้นเลยทีเดียว

ซึ่งเจ้าไฟเบอร์ที่เรารู้จักนี้ มีประโยชน์ในการช่วยควบคุมน้ำหนัก ทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น เนื่องจากไฟเบอร์จะดูดน้ำ และพองตัว ทำให้เมื่อรับประทานน้องหนมปังแล้ว เราจะรู้สึกอยู่ท้อง ไม่อยากรับประทานจุกจิกระหว่างมื้อ และไม่ทำให้เราเผลอรับประทานอาหารจนเกินปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมอีกด้วยค่ะ

ส่วนในเรื่องของการคลายเครียดนั้น มีงานวิจัยพบว่า น้ำมันของเมล็ดแฟลกซ์ ช่วยให้ผู้ที่รับประทานเข้าไปนั้นมีความเครียดลดลงอีกด้วยค่ะ ว้าวสุด ๆ 

ต้านความเครียดด้วยไข่ไก่ อัลมอนด์ และมะพร้าว

รู้หรือไม่? ว่าวัตถุดิบสำคัญในการเนรมิตน้องหนมปังอย่างไข่ไก่ อัลมอนด์ และมะพร้าว สามารถช่วยลดความเครียดได้!

จากงานวิจัย พบว่า ‘ไข่ไก่’ โดยเฉพาะในไข่แดง มีสารเลซิตินที่มีความสัมพันธ์กับระบบประสาทของเรา เป็นตัวช่วยในการบรรเทาอาการปวดศีรษะจากความเครียด ลดอาการตื่นเต้น ช่วยกระตุ้นสมอง และป้องกันโรคที่เกี่ยวกับสมอง รวมไปถึงช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ซึ่งเป็นอาการที่หลายคนน่าจะประสบปัญหากันอยู่ได้ด้วยค่ะ

สำหรับเจ้า ‘อัลมอนด์’ และ ‘มะพร้าว’ นั้นอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ที่เป็นสารสำคัญในการช่วยต้านความเครียด ช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจนั้นเป็นปกติ ช่วยควบคุมความดันโลหิต และยังเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการส่งสัญญาณประสาทในร่างกายของเราด้วย แน่นอนว่า ถ้าประสาทดี ระบบสมองก็จะทำงานดี และทำให้เราไม่เครียดนั่นเองค่ะ

เพิ่มฮอร์โมนความสุขด้วย ‘กรดทริปโตเฟน’ ในไข่และธัญพืช

ไข่ และธัญพืชที่เป็นหนึ่งในวัตถุดิบของน้องหนมปัง อุดมไปด้วย ‘กรดทริปโตเฟน’ ที่เป็นพระเอกของเรื่อง เพราะเป็นสารที่จำเป็นต่อการผลิตฮอร์โมนความสุข อย่าง ‘เซโรโทนิน’ ในร่างกายของเรา ที่เมื่อหลั่งออกมาแล้ว จะมีหน้าที่ช่วยควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด ความหิว ความอิ่ม ความอยากอาหาร การนอนหลับ อารมณ์ทางเพศ และที่สำคัญเลยก็คือ ‘ความรู้สึกสงบ’ ของเรา ที่จะทำให้เราไม่เครียด และรู้สึกมีความสุขแบบฟิน ๆ 

เห็นไหมล่ะคะ ว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไป สามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของเราได้โดยตรงเลย แต่เพื่อให้ร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรงยิ่งขึ้น เราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลากหลาย ร่วมกับการออกกำลังกายไปด้วยนะคะ เพื่อหุ่นที่เฟิร์ม สุขภาพที่ดี และอารมณ์ที่จอยค่ะ  🙂

ที่มา

https://www.selfgrowth.com/articles/Relieve_Stress_Naturally_And_Improve_Health_With_Flaxseed_Oil.html

https://www.healthline.com/nutrition/foods-loaded-with-potassium

https://www.matichonacademy.com/content/health/article_14892

https://www.thaihealth.or.th/Content/42006-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94.html

https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/diabetes/admin/knowledges_files/6_44_1.pdf

https://www.honestdocs.co/serotonin-substances-affect-emotions

เสริม ‘ภูมิต้านทาน’ ด้วยอาหารที่หาได้ง่าย ๆ ในครัวของคุณ!

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมนุษย์อย่างเรา ๆ คงหนีไม่พ้นอาการเจ็บป่วย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงอายุใด ก็ไม่มีใครอยากรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว หรือรู้สึกไม่ดีจากอาการเจ็บป่วยทั้งนั้น

ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถคาดเดาถึงอาการเจ็บป่วยได้ว่าจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ หรือมีความรุนแรงแค่ไหน แต่เราสามารถลดความเสี่ยง และป้องกันได้ไม่ยาก ด้วยอาหารการกิน และการดูแลตัวเองนั่นเอง

ภูมิต้านทาน คืออะไร?

ทำความรู้จักกับ ‘ภูมิต้านทาน’ กันก่อน 

ภูมิต้านทาน คือ สิ่งที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นมาเพื่อต้านทาน และกำจัดเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมที่มุ่งหน้าเข้าสู่ร่างกายของเรา ซึ่งถ้าหากเรามีภูมิต้านทานต่ำ(Immunosuppression) หรืออยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunodeficiency) ก็จะทำให้เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย จนทำให้เราป่วยได้บ่อย ๆ 

สาเหตุของการมี ‘ภูมิต้านทานต่ำ’

ภูมิต้านทานต่ำ มีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากการรับประทานอาหาร และพักผ่อนไม่เพียงพอ, การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ, อายุที่เพิ่มขึ้น, การไม่ออกกำลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย 

ซึ่งสิ่งใกล้ตัวที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายที่สุดนั่นก็คือ ‘การรับประทานอาหาร’ ซึ่งจริง ๆ แล้วอาหารที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานนั้นมีอยู่หลายชนิด และในแต่ละชนิดนั้นก็จะมีสารที่ช่วยทำหน้าที่เสริมสร้างภูมิต้านทานในลักษณะที่ต่างกันออกไป

อาหารเสริม ‘ภูมิต้านทาน’

  1. ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าการรับประทานผัก และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั้น ช่วยเสริมภูมิต้านทานได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่จริงค่ะ เพราะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่าง ส้ม มะนาว กีวี และเกรปฟรุต มีวิตามินซีสูง ซึ่งเจ้าวิตามินซีนี้ก็เป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำหน้าที่ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้กับร่างกาย 

ส่วนผักที่มีวิตามินซีสูงก็หาได้ไม่ยากเช่นกันค่ะ อย่างพริกหยวก, บร็อกโคลี และผักโขม ที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิด ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี แถมยังมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย เรียกได้ว่ารับประโยชน์ไปเต็ม ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ ในปัจจุบัน วิตามินซีก็ยังสามารถหารับประทานได้ง่ายมาก และยังมีวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมให้เลือกรับประทานอีกด้วย

  1. กระเทียม

วัตถุดิบในการทำอาหารเพื่อเพิ่มกลิ่น และรสชาติที่เรานิยมกันแทบทุกบ้านอย่าง ‘กระเทียม’ ก็สามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะในกระเทียมนั้นมีสาร ‘อัลลิซิน’ (Allicin) ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ แต่ต้องระมัดระวังในการรับประทานกระเทียมด้วยนะคะ เพราะสารนี้จะถูกทำลายได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การรับประทานกระเทียมสด จึงช่วยสร้างภูมิต้านทานได้มากกว่า

  1. ขิง และขมิ้น

ขิง เป็นพืชสมุนไพรรสชาติร้อน ที่มักจะถูกนำมาใช้บรรเทาอาการเจ็บคอ เนื่องจากในขิงนั้นมีสาร ‘จินเจอรอล’ (Gingerol) ซึ่งมีหน้าที่ในการลดอาการอักเสบของเซลล์ได้

ส่วนขมิ้น เป็นพืชสมุนไพรอีกอย่างที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับขิง แต่มีสารที่ต่างกัน คือสาร ‘เคอคูมิน’ (Curcumin) ที่ทำหน้าที่ลดอาการอักเสบของเซลล์กล้ามเนื้อได้เช่นกัน

  1. อาหารจำพวกถั่ว

อัลมอนด์ เป็นอาหารจำพวกถั่วที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากวิตามินอี และยังมีกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัวที่เป็นกรดไขมันดีอีกด้วย รับรองว่าดีต่อสุขภาพแน่นอน

อาหารจำพวกถั่วอีกชนิดที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานได้ คือ ‘เมล็ดทานตะวัน’ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง ฟอสฟอรัส, แม็กนีเซียม, วิตามินบี 6 และพระเอกอย่าง ‘วิตามินอี’ ที่เป็นส่วนสำคัญให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างปกติ 

  1. โยเกิร์ต

อาหารทานเล่นอย่าง ‘โยเกิร์ต’ โดยเฉพาะแบบที่มีจุลินทรีย์นั้น สามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเรานั้นทำงานได้ดี ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินดี ที่ช่วยเรื่องระบบภูมิต้านทาน และการทำงานของร่างกายด้วยล่ะค่ะ

  1. ชาเขียว

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มที่ใคร ๆ ก็ร่ำลือว่าดีต่อสุขภาพอย่าง  ‘ชาเขียว’ ซึ่งในชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม  ‘ฟลาโวนอยด์’ (Flavonoids) อยู่มากมาย ซึ่งสารที่โดดเด่นที่สุดคือ สาร ‘อีพิกัลโลเตชิน กัลเลต’ หรือ EGCG  (Epigallocatechin Gallate) ที่ไม่สามารถพบได้ในชาชนิดอื่นที่ผ่านการหมัก เช่น ชาดำ เป็นต้น นอกจากนี้ชาเขียวยังมีกรดอะมิโน ‘แอล ธีอะนีน’ (L-Theanine) ที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายเราได้อย่างดี

การรับประทานอาหาร เป็นปราการด่านแรกที่สามารถเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพร่างกายของเราได้ เพราะหากเรารับประทานแต่อาหารที่ดี มีประโยชน์ และหลากหลาย โดยเน้นไปที่ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และวิตามินอี เพื่อเสริมสร้างให้เรามีภูมิคุ้มกันที่ดีได้

ซึ่งใน ‘น้องหนมปัง’ เอง ก็มีวิตามินอี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบของเซลล์ได้เป็นอย่างดี แถมยังไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล และอุดมไปด้วยไฟเบอร์อีกด้วย บอกได้เลยว่าเหมาะกับชาวรักสุขภาพ และชาวลดน้ำหนักทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ  : )

ที่มา

https://www.healthline.com/health/food-nutrition/foods-that-boost-the-immune-system

https://www.honestdocs.co/low-resistance-causes-of-frequent-illness

https://nccih.nih.gov/health/garlic/ataglance.htm

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10714244

เปิดรสชาติหอมนุ่ม ละมุนลิ้นของ ‘น้องหนมปัง’ ที่เหมือนขนมปังปกติราวกับฝาแฝด

“เพราะเรามักจะจดจำสิ่งที่ ‘ใช่’ ได้แม่นกว่าสิ่งใดเสมอ”

กลิ่นหอมกรุ่น และรสสัมผัสของอาหารจานโปรดที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ลิ้น และเดินทางไปในร่างกายของเรา คงจะเป็นสิ่งที่หลายคนจดจำได้ดี เพราะทุกครั้งที่ได้รับประทานอาหารเหล่านั้น ก็ทำให้รู้สึกราวกับว่าได้บินไปพักผ่อนในสถานที่ที่อยากไปเลยก็ว่าได้

สมองของเราถูกพัฒนามาอย่างยาวนานเพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะกับเรื่อง ‘อาหาร’ สมองสามารถจดจำถึงเวลาที่เรารับประทานอาหารเป็นประจำ, เวลาที่เราต้องการสารอาหารเพื่อให้ร่างกายทำงานได้ปกติ ไปจนถึงการจดจำได้ว่ารสชาติของอาหารนั้น ๆ เป็นเช่นไร เป็นอาหารชนิดใด และต้องทำการย่อยอย่างไร

หากเรารับประทาน ‘น้องหนมปัง’ ซึ่งเป็นขนมปังที่ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาลเข้าไป ร่างกายก็จะเข้าใจว่าน้องหนมปัง คือ ‘ขนมปังปกติ’ เพราะน้องหนมปังมีรสชาติ และรสสัมผัสที่คล้ายคลึงกับขนมปังปกติมาก สมองของเราจึงเสมือนถูกหลอก และทำให้รู้สึกว่าเรากำลังรับประทานขนมปังปกติอยู่นั่นเอง

ในช่วงใกล้เวลาของมื้ออาหาร หรือเวลาที่เราเริ่มหิว หากมีกลิ่นหอม ๆ ของอาหาร หรือมีอาหารวางอยู่ตรงหน้าของเรา ‘ตา’ และ ‘จมูก’ จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังสมอง จากนั้นสมองจะเริ่มส่งสัญญาณไปยังอวัยวะอื่น ๆ และสั่งการให้ร่างกายของเราปล่อยน้ำย่อย และเอนไซม์ที่ใช้ย่อยอาหารออกมา 

เมื่อเราเริ่มรับประทานอาหาร ปราการด่านแรกอย่าง ‘ฟัน’ จะเริ่มทำการบดเคี้ยวอาหารให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งนั่นจะทำให้มีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตรมากขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับน้ำย่อย ดังเห็นได้จากภาพตัวอย่าง

จากนั้นอาหารจึงจะเดินทางเข้าสู่กระบวนการย่อยอาหารด้วยเอนไซม์ และน้ำย่อยต่อไป โดยการย่อยอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ข้าว หรืออาหารจำพวกแป้ง จะใช้กรดอะมิโน ‘อะไมเลส’ (Amylase) ที่อยู่ในน้ำลายของเราในการย่อยแป้งให้เป็น ‘น้ำตาล’

แม้ว่าน้องหนมปังจะไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล แต่ด้วยความเคยชินของร่างกาย ทำให้ร่างกายคิดว่า ‘นี่แหละ อาหารจานโปรด จานเดิมของฉัน’ จากนั้นร่างกายก็จะปล่อยน้ำลายที่มีกรดอะไมเลส (Amylase) ออกมามากขึ้นเช่นเดิม

จะเห็นได้ว่า น้องหนมปังนั้นเหมือนกับขนมปังปกติราวกับฝาแฝด แต่ให้สารพัดประโยชน์กับร่างกายมากกว่า มีปริมาณโปรตีน และไฟเบอร์ที่มากกว่า ทั้งยังไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาล เหมาะกับผู้ลดน้ำหนัก หรือคนที่ต้องการลดแป้ง ลดน้ำตาล แต่ยังอยากลิ้มรสชาติของขนมปังอยู่เป็นอย่างยิ่ง

ที่มา :

https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fpsyt.2019.00525/full

https://my.clevelandclinic.org/health/articles/10681-the-psychology-of-eating

https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1057740811001136

แจกสูตร Reset “ระบบเผาผลาญ” ด้วยการกิน Low-carb

Low Carb หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Low Carbohydrate Diet กับการควบคุมโภชนาการแบบถูกวิธี

Continue reading