ความแตกต่างของ ‘การแพ้อาหาร’ และ ‘ภูมิแพ้อาหารแฝง’

อัพเดตบทความล่าสุดเมื่อ

อาหารที่เรารับประทานกันอยู่ในชีวิตประจำวัน อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ที่มีอาการแพ้ หรือเกิดความผิดปกติขึ้นหลังจากรับประทานไปแล้ว ซึ่งชื่ออาการที่หลายคนอาจจะคุ้นหูกันก็คือ ‘การแพ้อาหาร’ (Food allergy) และภูมิแพ้อาหารแฝง (Food intolerances) 

แม้ชื่อของทั้งสองอาการนี้จะคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วการแพ้อาหาร และภูมิแพ้อาหารแฝงนั้นไม่เหมือนกันเลยล่ะ

การแพ้อาหาร (Food allergy)

การแพ้อาหาร เป็นการแสดงออกของร่างกาย หลังจากได้รับสิ่งเร้า หรืออาหารที่ร่างกายแพ้ สาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายชนิด Immunoglobin-E (IgE) โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการแพ้แบบเฉียบพลัน หลังจากได้รับอาหารภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าหากมีอาการจากหลายระบบร่วมกันทั่วร่างกาย อาจมีความเสี่ยงรุนแรงถึงขั้นช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้

อาการที่พบได้บ่อย

  • ระบบผิวหนัง เช่น ลมพิษชนิดเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง ผื่นผิวหนังอักเสบ อาการบวมรอบปากหรือดวงตา
  • ระบบหายใจ เช่น อาการจมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบ อาการบวมบริเวณกล่องเสียงและหลอดลม หรือหืด (เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี๊ด)
  • ระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการคันปาก คันคอ คันลิ้น ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายมีเลือดปน หรือลำไส้อักเสบ
  • ระบบหัวใจ เช่น ความดันโลหิตต่ำ ช็อก

อาหารที่มีความเสี่ยง

อาหารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้อาหาร คือ อาหารกลุ่มโปรตีน โดยอาหารที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ในเด็กจะพบมากในนมและผลิตภัณฑ์จากนม, ไข่และผลิตภัณฑ์จากไข่, กลูเตนในธัญพืช และถั่วบางชนิด  ส่วนอาหารที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ในผู้ใหญ่จะพบมากใน กลุ่มอาหารทะเลจำพวกสัตว์เปลือกแข็ง รวมถึงถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วบางชนิด โดยเฉพาะถั่วเปลือกแข็ง ถั่วลิสง และถั่วเหลือง

ภูมิแพ้อาหารแฝง (Food intolerances)

ภูมิแพ้อาหารแฝง เกิดจากการรับประทานอาหารชนิดเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน จนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจว่าอาหารนั้น ๆ เป็นสิ่งแปลกปลอม จนไปทำลายเนื้อเยื่อและทำให้การทำงานของอวัยวะนั้นเสียสมดุล และมีผลเป็นอาการของโรคเรื้อรังต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการหลังได้รับอาหารภายใน 2 สัปดาห์ 

อาการที่แสดงออกมาจะไม่ได้มีความรุนแรงมาก แต่จะมีลักษณะเรื้อรัง และแตกต่างกันไปในแต่ละคน ดังตัวอย่างอาการด้านล่าง

  • ท้องอืด ท้องผูก ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง
  • ปวดท้อง ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวนหรือระคายเคือง
  • ปวดศีรษะเรื้อรัง ไมเกรน
  • คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง
  • สิวเรื้อรัง ผื่นลมพิษเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ
  • ขอบตาดำหรือมีถุงใต้ตา
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • น้ำหนักขึ้นง่าย

ตัวอย่างอาการแพ้ อย่างการ “แพ้นม” ที่เกิดจากการที่ร่างกายของเราย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้และส่งผลให้มีอาการท้องเสีย  มีทางแก้คือ ต้องดื่มนมที่ปราศจากน้ำตาลแลคโตส เป็นต้น

ดังนั้น เราควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพ และสังเกตตนเองว่ามีอาหารต้องห้ามที่ไม่ควรรับประทานหรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือ และระมัดระวังไม่ให้เกิดการแพ้อาหาร และภูมิแพ้อาหารแฝงขึ้นโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว  

ที่มา: https://www.samitivejhospitals.com/th/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/

https://www.bangkokhospital-chiangmai.com/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%88-%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99/%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9D%E0%B8%872562/

https://www.allergyuk.org/information-and-advice/conditions-and-symptoms/585-managing-my-food-allergy

https://www.food.gov.uk/safety-hygiene/food-allergy-and-intolerance

https://www.nhs.uk/conditions/food-allergy/causes/

Recommended Posts